• X
  • Search
  • TH EN
      บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)
      • Menu Guide
        • NAV
        • Fund Search
        • Highlighted Funds
        • Top Performance Fund
        • Dividend
        • Fund Holidays
        • News/Research
        • Asset Allocation Strategy
        • Documents and Forms
        • Promotions
        • Fund Information
        • Compare Funds
        • KTAM Daily News
        • KTAM Edutainment
      • KTAM Smart Trade
      • PVD Online
      • Agent
      TH : EN
      • HOME
      • ABOUT KTAM
      • MUTUAL FUNDS
      • RMF/LTF/SSF/ThaiESG
      • FIF / ETF
      • PROVIDENT FUNDS
      • PRIVATE FUNDS
      • INFRASTRUCTURE / REIT / PROPERTY FUNDS
      1. Home
      2. KTAM Edutainment
      3. สำรวจสี่เสาหลักกลยุทธ์สร้างรายรับของ Income Funds อีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนในยุคอัตราดอกเบี้ยผันผวน

      สำรวจสี่เสาหลักกลยุทธ์สร้างรายรับของ Income Funds อีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนในยุคอัตราดอกเบี้ยผันผวน

      สำรวจสี่เสาหลักกลยุทธ์สร้างรายรับของ Income Funds 
      อีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนในยุคอัตราดอกเบี้ยผันผวน


      ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Income Funds ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในตลาด ETF ที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการโอกาสรับกระแสเงินสดสม่ำเสมอควบคู่กับโอกาสบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น
       
      หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความสนใจมากคือ Covered Call Strategy ซึ่งถูกนำไปประยุกต์ใช้กับหุ้นในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม หลายดัชนี เพื่อสร้างรายได้จากความผันผวนของตลาดแทนการรอผลตอบแทนจากราคาเพียงอย่างเดียว

      อย่างไรก็ตาม แกนหลักของรายได้จาก Income Funds ส่วนใหญ่ยังคงมาจาก Fixed Income ซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็น Corporate Bonds, High Yield Bonds รวมถึง U.S. Treasuries ที่ให้ Yield ตามทิศทางนโยบายการเงิน 
      นอกจากนี้ Income Funds ยังสามารถขยายขอบเขตไปยังตราสารหนี้ที่มีโครงสร้างซับซ้อน เช่น Mortgage-Backed Securities (MBS), Asset-Backed Securities (ABS) และ Convertible Bonds ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตได้ดีขึ้น

      พร้อมกันนี้ REITs ยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญที่มีความสัมพันธ์ต่ำกับสินทรัพย์ประเภทอื่น และยังเปิดโอกาสรับผลตอบแทนเชิงราคาได้หากวัฏจักรดอกเบี้ยเปลี่ยนสู่ช่วงผ่อนคลาย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญต่อรายได้ในระยะยาว

      ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าตลาด Income Funds กำลังขยายไปสู่สถาปัตยกรรมรายได้ที่หลากหลายขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และตลาดทุนในปัจจุบัน ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าแต่ละกองทุนสร้างรายได้จากสินทรัพย์ประเภทใด และรายได้เหล่านั้นมีความเสี่ยงหรือพฤติกรรมตอบสนองต่อตลาดอย่างไร จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ ผู้ลงทุนในการประเมินคุณภาพและความยั่งยืนของการลงทุน

      Fixed Income Interest
      “รายได้พื้นฐานที่คาดการณ์ได้ และเป็นแกนกลางของพอร์ต”
      ประเภทของตราสารหนี้ที่ Income Funds มักลงทุน ได้แก่
      • พันธบัตรรัฐบาล (Government Bonds) ความเสี่ยงเครดิตต่ำ ผลตอบแทนเสถียร มั่นคง
      • ตราสารหนี้เอกชนที่ให้ผลตอบแทนสูง (High-Yield Corporate Bonds) ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยงเครดิต อย่างตลาดสหรัฐฯ และยุโรปที่มีสภาพคล่องสูง ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงจากผู้ออกตราสารได้ดี
      • ตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Mortgage-Backed Securities: MBS) สะท้อนถึงตลาดสินเชื่อบ้านที่มีความโปร่งใส และ Fed มีบทบาทในเรื่องสภาพคล่อง (จาก QE) ทำให้ Yield มีเสถียรภาพ
      • ตราสารหนี้กึ่งหุ้นกึ่งหนี้ที่ให้ผลตอบแทนเป็นประจำ (Preferred Securities) ซึ่งผลตอบแทนมักจะสูงกว่าพันธบัตรและมักมีการจ่ายเงินในรูปแบบคล้ายปันผล เหมาะสำหรับเสริมรายได้ในพอร์ต
      • ตราสารหนี้แปลงสภาพ (Convertible Bonds) ให้ดอกเบี้ยประจำ พร้อมสิทธิ์แปลงเป็นหุ้นในอนาคต จึงมีโอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นด้วย หากราคาหุ้นปรับขึ้น
      ซึ่งตราสารแต่ละประเภทมีคาแรคเตอร์ต่างกัน จึงช่วยให้กองทุนสามารถปรับพอร์ตได้แบบยืดหยุ่น และสามารถออกแบบพอร์ตให้สมดุลได้ง่ายขึ้น

      หุ้นเน้นปันผล (Equity Dividends)
      “รายได้จากผลประกอบการจริงที่ช่วยเสริมการเติบโตของพอร์ตการลงทุน”
      หุ้นปันผลเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างรายได้แบบดั้งเดิมที่เข้าใจง่ายและถูกนำมาใช้อย่างยาวนาน เพราะผสานได้ทั้งกระแสเงินสดระหว่างทางและโอกาสสร้างผลตอบแทนจากราคาหุ้นในระยะยาว อาทิ
      • หุ้นที่ลงทุนในบริษัทที่มีธุรกิจแข็งแรง กระแสเงินสดมั่นคง และนโยบายจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น Utilities, Telecom, Banking และ Energy Infrastructure ซึ่งมีรายได้ผันผวนน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มเติบโตสูง
      • Dividend Yield มีโอกาสเติบโตตามการขยายตัวของกำไรธุรกิจ ส่งผลให้รายได้จากเงินปันผลสามารถรักษาอำนาจซื้อได้ดีเมื่อเผชิญกับเงินเฟ้อ
      • ถึงแม้ราคาหุ้นจะยังคงมีความผันผวน แต่กระแสเงินสดจากเงินปันผลช่วยลดการต้องพึ่งพา Capital Gain เพียงด้านเดียว จึงเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพเชิงรายได้ให้กับพอร์ตได้เป็นอย่างดี

      รายได้จากอสังหาฯ ผ่าน REITs
      “รายได้จากทรัพย์สินจริง ช่วยกระจายความเสี่ยงและตอบสนองต่อเงินเฟ้อ”
      REITs สามารถสร้างกระแสเงินสดแบบที่มีแหล่งที่มาชัดเจน จากทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เช่น คลังสินค้า อาคารพักอาศัย ศูนย์การแพทย์ และ Data Centers 
      • รายได้หลักเกิดจากค่าเช่า โดยมีสัญญาที่ผูกพันระยะยาว จึงคาดการณ์ได้ในระดับสูง ซึ่งโครงสร้างรายได้ตอบสนองต่อ Fundamental ของเศรษฐกิจจริง ทำให้มีความสัมพันธ์ต่ำกับหุ้นและตราสารหนี้ทั่วไป
      • โครงสร้างกฎหมายกำหนดให้ REITs กระจายรายได้ส่วนใหญ่คืนแก่ผู้ถือหน่วยในรูปของเงินปันผล ส่งผลให้ระดับรายได้รวมอยู่ในเกณฑ์สูงและสม่ำเสมอ
      • ค่าเช่าสามารถปรับขึ้นได้ตามเงินเฟ้อหรือสภาวะอุปสงค์ทรัพย์สิน ช่วยรักษาอำนาจซื้อของกระแสเงินสดในระยะยาว (Real Income Preservation)
      ด้วยธรรมชาติของสินทรัพย์ที่สร้างรายได้จริงจากการเช่า REITs จึงทำหน้าที่เสริมความหลากหลายให้พอร์ตลงทุน ช่วยลดความผันผวนโดยรวม และเป็นเครื่องยนต์รายได้เพิ่มเติมในวัฏจักรดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มผ่อนคลาย

      Covered Call Premiums
      “เพิ่มประสิทธิภาพรายได้จากหุ้น ด้วยพรีเมียมที่ได้จากการบริหารความผันผวนของตลาด”
      Covered Call Strategy เป็นวิธีสร้างรายได้จากหุ้นที่ถืออยู่เดิม โดยกองทุนจะ:
      • ถือหุ้นจริงในพอร์ต (Covered)
      • ขายสิทธิ์ในการซื้อหุ้นนั้นในอนาคตให้ผู้อื่นผ่าน Call Option (Call)
      • รับ Option Premium เป็นกระแสเงินสดทันที
      รายได้นี้มาจากความผันผวน (Volatility) ไม่ใช่จากราคาหุ้นโดยตรง ทำให้หุ้นในพอร์ตมีพฤติกรรมเชิงสร้างกระแสรายได้มากขึ้น คล้าย Fixed Income ในมิติของความสม่ำเสมอ
      อย่างไรก็ดี ต้นทุนค่าเสียโอกาสของรายได้จาก Premium คือโอกาสทำกำไรบางส่วน เมื่อราคาหุ้นพุ่งขึ้นแรงเกินระดับที่ตัังไว้ กลยุทธ์นี้ จึงเหมาะกับตลาดที่ขยับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือเคลื่อนไหวในกรอบ มากกว่าภาวะตลาดขาขึ้นแรง
      โดยในภาพรวมกลยุทธ์ Covered Call จึงช่วยให้หุ้นในพอร์ตเปลี่ยนมาทำหน้าที่เชิงรายได้ และขณะเดียวกันยังคงศักยภาพในการรับผลตอบแทนเชิงราคาในระดับที่เหมาะสม จึงถือเป็นกลยุทธ์ที่ผสานรายได้และความเสี่ยงได้อย่างสมดุลในบริบทยุคที่ความผันผวนของตลาดยังมีบทบาทสูง

      รวบยอดเชิงกลยุทธ์
      Income Funds ผสานจุดแข็งของสินทรัพย์หลายประเภทเข้าด้วยกันเพื่อสร้างโอกาสสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม 
      • Fixed Income ตราสารหนี้ช่วยคงเสถียรภาพ
      • Dividend Equities หุ้นปันผลช่วยเพิ่มความยั่งยืนและโอกาสเติบโตของรายได้
      • REITs เสริมการกระจายความเสี่ยงจากรายได้สินทรัพย์จริง
      • Covered Calls เปลี่ยนความผันผวนของหุ้นเป็น Cashflow เพิ่มเติม

      สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตของผลตอบแทนตามรายละเอียดข้างต้น ทาง KTAM ขอแนะนำ 2 กองทุน ได้แก่ 
      กองทุนเปิดเคแทม โกลบอล เครดิต อินคัม ฟันด์ (KT-GCINCOME) (ความเสี่ยงระดับ 5) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Schroder International Selection Fund Global Credit Income (กองทุนหลัก) ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายการลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุนในตราสารการเงินที่มีการจ่ายผลตอบแทนแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง (High Yield) ที่ออกโดยรัฐบาล, หน่วยงานภาครัฐ, องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ และบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศในตลาดเกิดใหม่ 

      โดยจุดแข็งสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการปรับสัดส่วนพอร์ตตามวัฏจักรเครดิตและสภาพ
      แวดล้อมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การผสมผสานสินทรัพย์ที่มีแหล่งรายได้และรูปแบบความเสี่ยงแตกต่างกันอย่างเหมาะสม ช่วยให้กองทุนมีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง ขณะเดียวกันก็สามารถบริหาร Downside และรักษาความเสถียรของผลตอบแทนในสภาวะตลาดที่ผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
      และกองทุนเปิดเคแทม อินคัม แอนด์ โกรท ฟันด์ (KT-IGF) (ความเสี่ยงระดับ 5) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Allianz Income and Growth (กองทุนหลัก) โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายในการเติบโตของเงินทุนและรายได้ในระยะยาว โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ 3 ประเภทหลัก (จดทะเบียนในสหรัฐฯ) ได้แก่ หุ้นสามัญและหลักทรัพย์ประเภทหุ้นอื่น ๆ ตราสารหนี้และหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Securities) โดยดำรงสัดส่วนระหว่างหลักทรัพย์ในแต่ละประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงเวลาตามที่ผู้จัดการกองทุนรวมหลักเห็นสมควร 

      สำหรับกองทุนหลักใช้กลยุทธ์ Multi-Asset Income ที่ผสานหุ้น ตราสารหนี้ และตราสารแปลงสภาพ เพื่อสร้างรายได้และศักยภาพเติบโตในคราวเดียวกัน โดยมีโครงสร้างพอร์ตหลักที่เข้าใจง่ายและมีวินัยชัดเจน โดยโครงสร้างนี้จะช่วยลดการพึ่งพาปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งในตลาด และเปิดโอกาสให้กองทุนบริหารสมดุลระหว่างรายได้และการเติบโตได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด

      ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย 
      โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th 
      สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn 

      คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน โดยกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนจึงอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเป็นคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน 

      ผู้เขียน: เขมรัฐ ทรงอยู่
      รองผู้อำนวยการ ฝ่ายลงทุนต่างประเทศ
      บลจ.กรุงไทย

      Share

      • Facebook
      • Twitter
      • Line

      Recommend Post

      News Demo
      23
      January
      2026
      Financial Literacy 2.0 สิ่งที่ต้องรู้ในยุคดิจิทัล
      Read more
      News Demo
      16
      January
      2026
      AI กำลังเปลี่ยนโลก และกำลังทดสอบวินัยของนักลงทุนไปพร้อมกัน
      Read more
      News Demo
      09
      January
      2026
      มอง Nasdaq-100 ให้ลึกกว่าแค่ Tech
      Read more

      Shortcut Menu

      • Home
      • About KTAM
      • Mutual Funds
      • Provident Funds
      • Private Funds
      • Property/REIT
      • RMF/LTF/SSF/ThaiESG
      • FIF / ETF
      • Top Performance Fund
      • Dividend
      • News/Research
      • Asset Allocation Strategy
      • Documents and Forms
      • Promotions
      • Calendar
      • Activities
      • Procurement
      • AIMC Category
        Performance Report
      • FAQs
      • Investment Knowledge
      • Notice Regarding Data Privacy and Use of Cookies
      • Manage Cookie Preference
      • E-newsletter
      • Contact Us
      • Career
      • Privacy Notice
      Go To Top
      Stay Connect with us:
      • Facebook
      • Twitter
      • Youtube

      Copyright © 2016 Krungthai Asset Management Public Company Limited

      Tel: 0-2686-6100 FAX: 0-2670-0430 Toll Free Number:1-800-295-592

      Email: [email protected]

      Tax ID 0-1075-45000-37-3 : Head Office

      • Affiliates
      • Related Links
      • Sitemap

      USE AND MANAGEMENT OF COOKIES

      Our website use cookie to enhance user experience. You may adjust your cookie preference and learn more about the cookie we use by visiting Notice Regarding Data Privacy and Use of Cookies and Manage Cookie Preference

       MANAGE COOKIE PREFERENCE

      When you use our website, we use necessary cookies to ensure that our website will work properly. We also use other types of cookie to correct information about how you interact with our website and use the information to enhance the user experience. However, you can adjust your cookie preference at any time, and we will not use the cookies that you had disabled.

      To learn more about the cookie we use, visit us at Notice Regarding Data Privacy and Use of Cookies


      Manage Cookie Preference

      Necessary cookies

      Necessary cookies enable core functionalities such as security, network management, and accessibility.

      Analytics cookies

      Google Analytics helps us to improve our website by collecting and reporting your usage information on the website. These cookies collect information in a way that does not identify anyone directly.