AI กำลังเปลี่ยนโลก และกำลังทดสอบวินัยของนักลงทุนไปพร้อมกัน
บทเรียนจาก Howard Marks: การรับมือกับคลื่นความคาดหวังในยุค AI
1. เมื่อตลาดตื่นเต้นกับ AI และกำลังตั้งราคาอนาคตล่วงหน้า
Artificial Intelligence กำลังแทรกซึมเข้าสู่ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็วอย่างไร้ข้อสงสัย และตลาดทุนก็ได้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว ผ่านการประเมินมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
และหากมองย้อนผ่านประสบการณ์ในประวัติศาสตร์ก็จะเห็นว่า ในทุกยุคทุกสมัยที่เทคโนโลยีเกิดใหม่ถูกมองว่ามีศักยภาพมากเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้ ราคาสินทรัพย์ก็มักจะสะท้อนความคาดหวังการเติบโตล่วงหน้าไปก่อนที่รายได้หรือกำไรจะพิสูจน์ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นยุค railroads ในช่วงศตวรรษที่ 19 ยุค radio และ aviation ในทศวรรษ 1920 หรือยุค internet ในช่วงปลายทศวรรษ 1990
ความท้าทายของการลงทุนใน AI ปัจจุบัน จึงไม่ได้อยู่ที่การเลือกเชื่อหรือไม่เชื่อในเทคโนโลยี แต่คือการทำความเข้าใจว่าแรงขับเคลื่อนใดกำลังเป็นตัวตั้งราคาในช่วงเวลานี้
-จิตวิทยานักลงทุนที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวการพลาดโอกาส (FOMO) และการอ้างอิงราคาจากความสำเร็จสุดโต่งในอดีต
-การใช้ leverage หรือก่อหนี้เพื่อเร่งการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนที่โมเดลรายได้จะพิสูจน์ได้จริง
-การแข่งขันที่ยังไม่ตกผลึก ทำให้ทั้งผู้ชนะและผู้ทำกำไรได้ในระยะยาว ยังไม่รู้ได้แน่ชัดว่าเป็นใคร
เพราะแรงเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ราคาสินทรัพย์จึงสะท้อน “อนาคตที่คาดหวัง” มากกว่า “กระแสเงินสดที่พิสูจน์ได้” ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมเดียวกับ “Bubble” ในอดีตที่เคยเผชิญ
2. Bubble ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยี แต่เกิดจากความคาดหวังที่ซ้อนทับบนเทคโนโลยี
Bubble ไม่ใช่ความผิดของนวัตกรรม แต่เป็นผลจากความคาดหวังที่สูงเกินไป ซ้อนทับอยู่บนพัฒนาการจริง จนเข้าใกล้สิ่งที่ Alan Greenspan เรียกว่า “Irrational Exuberance” หรือภาวะที่ความตื่นเต้นทำให้นักลงทุนยอมรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับมูลค่าพื้นฐานและละเลยความเสี่ยงที่แท้จริง
รูปแบบพฤติกรรมนี้ปรากฏซ้ำในแทบทุกยุค
-Radio Stocks ในยุค 1920s เคยเป็นสัญลักษณ์ของอนาคตการสื่อสาร แต่ราคาปรับตัวลงราว 97% หลังผ่านจุดสูงสุด
-Aviation Stocks ลดลงประมาณ 96% ระหว่างปี 1929–1932 แม้อุตสาหกรรมการบินจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกในเวลาต่อมา
-Internet Bubble ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ช่วยเร่งการวาง fiber และ data infrastructure แต่ก็ทำลายเงินทุนของนักลงทุนจำนวนมากในระยะสั้น หลังฟองสบู่ราคาหุ้นแตกลง
แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ “เทคโนโลยีชนะในระยะยาว” แต่ราคาที่จ่ายในช่วงตั้งไข่สะท้อนความหวังมากกว่าความจริง และที่สำคัญ! Bubble แทบไม่เคยถูกหยุดได้ด้วยการถอดบทเรียนจากอดีต เพราะความทรงจำของตลาดการเงินนั้นสั้นมาก และแรงดึงดูดของความมั่งคั่งที่มีตัวอย่างให้เห็นชัด มักชนะความระมัดระวังได้เสมอ
3. AI เข้าข่าย “inflection bubble” ที่เปลี่ยนโลกได้จริง แต่ก็สามารถเผาเงินทุนได้พร้อมกัน
การแยก Bubble ออกเป็นสองประเภทช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น
“Mean-Reversion Bubble” ที่เกิดจากกระแสชั่วคราว เช่น South Sea Company (1720) หรือ sub-prime mortgage-backed securities (2008) ที่ต้นเหตุแห่งการเก็งกำไรไม่ได้ทิ้งคุณค่าใดให้สังคม และจบลงด้วยการทำลายความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียว
อีกประเภทคือ “Inflection Bubble” ที่เกิดจากเทคโนโลยีที่ปฏิวัติโลกได้จริง เช่น railroads, electricity และ internet ซึ่งการเก็งกำไรช่วยเร่งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานจนโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
AI จัดอยู่ในกลุ่ม inflection bubble อย่างชัดเจน ซึ่งหมายความว่าการทุ่มลงทุนในเทคโนโลยีอาจเร่งความก้าวหน้าของมนุษยชาติได้อย่างมหาศาล แต่ก็สามารถทำลายเงินทุนของนักลงทุนจำนวนมากได้ในกระบวนการเดียวกัน
ซึ่งประเด็นที่นักลงทุนควรเตือนตัวเองอยู่เสมอ คือ ความสำเร็จของเทคโนโลยีและความสำเร็จของการลงทุน ไม่เพียงแตกต่างกันแต่ในหลายกรณียังสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในช่วงของการก่อร่างสร้างตัว
4. สิ่งที่ชัดเจนแล้ว vs สิ่งที่ยังไม่รู้ จุดกำเนิดของความเปราะบางเชิงระบบ
ในฝั่งของสิ่งที่พิสูจน์ได้แล้ว AI ได้กลายเป็นผู้กำหนดทิศทางเงินทุนอย่างเป็นรูปธรรม คล้ายกับที่ internet stocks เคยกำหนดทิศทางดัชนีตลาดในช่วงปลายทศวรรษ 1990
AI ดึงดูดการใช้จ่ายลงทุน capital expenditures และกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต ดังนั้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นแหล่งของผลตอบแทนส่วนใหญ่ในตลาด ทำให้ความเสี่ยงกระจุกตัวในธีมเดียว
แต่ในฝั่งของสิ่งที่ยังไม่รู้ ยังคงมีคำถามยังคงเปิดกว้าง เพื่อรอเฉลยในอนาคต อาทิ
-ใครจะเป็นผู้ชนะระยะยาว ในโลกที่ผู้นำสามารถถูกแทนที่ได้อย่างรวดเร็ว เหมือนที่เกิดขึ้นในธุรกิจ search และ social media
-โครงสร้างตลาดจะเอื้อให้เกิดอำนาจในการตั้งราคา หรือการแข่งขันที่รุนแรงจะบีบ margin จนผลตอบแทนต่ำ
-ประโยชน์จาก productivity จะตกอยู่กับบริษัท หรือไหลไปสู่ผู้บริโภคผ่านการแข่งขันด้านราคาของผู้ผลิต
จึงทำให้เห็นว่าช่องว่างระหว่าง “ความเชื่อมั่นของตลาด” กับ “สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้” คือพื้นที่ที่ความผันผวนและความผิดหวังมักเกิดขึ้นได้
5. เมื่อจินตนาการมาพร้อมกับตัวอย่างผลตอบแทนสุดโต่ง
ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า Bubble มักทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อผลตอบแทนที่ “ดีเกินปกติในอดีต” ถูกนำมาใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับการประเมินอนาคต
อย่างเช่น Nvidia ที่กำลังทำหน้าที่เดียวกันกับ Microsoft, Cisco และ Intel เหมือนที่เคยทำในยุค dot-com ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้ตลาดเห็นว่าผลตอบแทนระดับสุดโต่งหลายร้อยเปอร์เซนต์สามารถเกิดขึ้นได้จริง และความจริงข้อนี้เองที่หล่อหลอมจินตนาการของนักลงทุนทั้งระบบ โดยตรรกะลักษณะนี้สะท้อนสิ่งที่เรียกว่า “lottery-ticket thinking” ซึ่งพบได้บ่อยในช่วง venture boom ของหลายยุคที่ผ่านมา
บทสรุป
AI อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่งและมีโอกาสที่ทุกจินตนาการจะเป็นจริง แต่ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าตลาดมักตั้งราคาของการเปลี่ยนแปลงได้ผิดในครั้งแรกเสมอ เทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่แทบทุกยุคเดินทางมาพร้อมช่วงเวลาที่เงินทุนถูกจัดสรรแบบผิดทาง ก่อนที่มูลค่าที่แท้จริงจะทยอยปรากฏ
ด้วยแนวทางเชิงวินัยสำหรับนักลงทุนคือการหลีกเลี่ยงการทุ่มน้ำหนักกับสมมติฐานเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อในศักยภาพของ AI อย่างสุดโต่งหรือการปฏิเสธธีมนี้โดยสิ้นเชิง ควบคู่กับการกำหนดขนาดการลงทุนที่รองรับได้ทั้งโอกาสและความไม่แน่นอน
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างโอกาสการลงทุนใน AI ทั่วโลก อาทิ NVDIA, Broadcom, Microsoft หรือ TSMC (ข้อมูลการลงทุนของกองหลัก ณ วันที่ 31 ต.ค. 68) ทาง KTAM ขอแนะนำ กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เทคโนโลยี อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อิควิตี้ ฟันด์ (KT-WTAI) (ความเสี่ยงระดับ 6)
เน้นลงทุนใน Allianz Global Artificial Intelligence (กองทุนหลัก) โดยเน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากวิวัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์
สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn
คำเตือน : กองทุนนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ผู้เขียน: เขมรัฐ ทรงอยู่
รองผู้อำนวยการ ฝ่ายลงทุนต่างประเทศ
บลจ.กรุงไทย