• X
  • Search
  • TH EN
      บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)
      • Menu Guide
        • NAV
        • Fund Search
        • Highlighted Funds
        • Top Performance Fund
        • Dividend
        • Fund Holidays
        • News/Research
        • Asset Allocation Strategy
        • Documents and Forms
        • Promotions
        • Fund Information
        • Compare Funds
        • KTAM Daily News
        • KTAM Edutainment
      • KTAM Smart Trade
      • PVD Online
      • Agent
      TH : EN
      • HOME
      • ABOUT KTAM
      • MUTUAL FUNDS
      • RMF/LTF/SSF/ThaiESG
      • FIF / ETF
      • PROVIDENT FUNDS
      • PRIVATE FUNDS
      • INFRASTRUCTURE / REIT / PROPERTY FUNDS
      1. Home
      2. KTAM Edutainment
      3. ทำไมความเป็นอิสระของธนาคารกลางจึงสำคัญ?

      ทำไมความเป็นอิสระของธนาคารกลางจึงสำคัญ?

      เมื่อเงินเฟ้อพุ่ง ตลาดก็มักโทษธนาคารกลางว่า “ขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไป”
      แต่เมื่อเศรษฐกิจชะลอ ก็กลับโทษว่าธนาคาร “คุมเข้มแรงเกินไป”


      ในความเป็นจริง นโยบายการเงินอาจไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป ขึ้นอยู่กับการประเมินของธนาคารกลางจากมิติต่างๆ ณ ขณะนั้น แต่อีกสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ การตัดสินใจปรับเปลี่ยนนโยบายของธนาคารกลางนั้น เกิดขึ้นจากการประเมินภาวะเศรษฐกิจจริง หรือถูกบิดเบือนด้วยแรงกดดันทางการเมืองกันแน่ 

      นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนจึงให้ความสำคัญกับ “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” (Central Bank Independence) เพราะเป็นตัวยืนยันว่าธนาคารกลางสามารถตัดสินใจบนข้อมูลเศรษฐกิจจริง และยึดเป้าหมายเสถียรภาพระยะยาวเป็นตัวตั้ง มากกว่าการตอบสนองต่อแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อ ความผันผวน และความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน

      ความเป็นอิสระของธนาคารกลางปกป้องอะไรในระบบเศรษฐกิจ
      ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง หมายถึง ความสามารถของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายการเงินตามกรอบหน้าที่ของตนเอง โดยทั่วไปคือหน้าที่รักษาเสถียรภาพทางราคา และดูแลระบบการเงินโดยไม่ถูกแทรกแซงจากการเมือง ซึ่งรัฐบาลอาจกำหนดเป้าหมายเชิงนโยบายในระดับกว้างได้ แต่ไม่ควรเข้ามามีบทบาทในการกำหนดจังหวะ หรือการใช้เครื่องมือนโยบายการเงินในแต่ละช่วงเวลา

      เหตุผลสำคัญของโครงสร้างนี้ คือเพื่อรักษาสมดุลของแรงจูงใจที่แตกต่างกันระหว่างฝ่ายการเมืองและนโยบายการเงิน ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก
      1. แรงจูงใจทางการเมืองมักเป็นระยะสั้น
      นักการเมืองต้องเผชิญกับการเลือกตั้ง ความนิยม และข้อจำกัดด้านการคลัง ธนาคารกลางจึงมักถูกกดดันให้ใช้นโยบายการเงินช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นเพื่อเร่งคะแนนนิยม แม้นโยบายเหล่านั้นจะเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อหรือความไม่สมดุลในระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

      2. นโยบายการเงินต้องใช้เวลาในการออกผล
      การปรับอัตราดอกเบี้ยหรือปรับสภาพคล่องมักไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทันทีซึ่งต้องใช้เวลาหลายไตรมาส ในขณะที่ต้นทุนทางการเมืองจากนโยบายที่เข้มงวด เช่น เศรษฐกิจชะลอหรือการว่างงานที่เพิ่มขึ้นมักเห็นได้ทันที ทำให้การตัดสินใจอย่างมีวินัยเป็นเรื่องยาก หากต้องตอบสนองต่อแรงกดดันระยะสั้นจากการเมือง

      3. ความเป็นอิสระช่วยให้นโยบายสอดคล้องกับเศรษฐกิจจริงมากกว่าการเมือง
      เมื่อการตัดสินใจไม่ถูกกำหนดโดยจังหวะของรอบการเลือกตั้ง ธนาคารกลางก็จะสามารถดำเนินนโยบายเชิงป้องกันต่อเงินเฟ้อ และความเสี่ยงเชิงระบบได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดโอกาสที่จะต้องใช้นโยบายที่รุนแรงในภายหลัง ซึ่งสร้างความเสี่ยงมากกว่า โดยเฉพาะกับตลาดทุน

      หลักฐานเชิงประจักษ์กับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าหรือไม่
      • หลังวิกฤตเงินเฟ้อในทศวรรษ 1970–1980 หลายประเทศได้ปรับโครงสร้างสถาบันการเงินของตนขนานใหญ่ และมอบอำนาจในการกำหนดนโยบายการเงินให้ธนาคารกลางเป็นอิสระมากขึ้น ซึ่งภายหลังได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยจำนวนมาก อาทิ
      • งานศึกษาของ International Monetary Fund (IMF) ที่วิเคราะห์ธนาคารกลางหลายสิบแห่งในช่วงปี 2007–2021 พบว่าประเทศที่มีระดับความอิสระของธนาคารกลางสูง จะสามารถควบคุม inflation expectations ได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
      • การศึกษาของ IMF อีกฉบับที่ครอบคลุมธนาคารกลาง 17 แห่งในลาตินอเมริกา ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี พบว่าระดับความเป็นอิสระที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับความสามารถในการควบคุมเงินเฟ้อที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน
      • งานวิจัยอื่น ๆ ในทิศทางเดียวกันก็ให้ผลลัพธ์สอดคล้องกันว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลางช่วยลด inflation bias และเพิ่มเสถียรภาพเชิงมหภาคในระยะยาว
      ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีความหมายโดยตรงต่อนักลงทุน เพราะ inflation expectations เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนด real returns ของทั้งตราสารหนี้ หุ้น และค่าเงิน

      ดังนั้น เมื่อธนาคารกลางสูญเสียความเป็นอิสระลง นโยบายการเงินมักเกิดจากแรงจูงใจระยะสั้นมากกว่าเชิงวินัย และมีรูปแบบที่เกิดซ้ำในหลายประเทศ เช่น
      1. อัตราดอกเบี้ยถูกกดไว้ต่ำเกินไปเป็นเวลานาน
      ผลคือนโยบายการเงินที่เน้นการเติบโตและหนุนการจ้างงานในเชิงการเมือง อาจช่วยสนับสนุนราคาสินทรัพย์ในช่วงแรก แต่ก็เป็นบ่อนทำลายอำนาจซื้อ และเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาวภายหลัง

      2. Inflation expectations เริ่มหลุดกรอบควบคุม
      เมื่อความเชื่อมั่นต่อเป้าหมายด้าน price stability ลดลง ธนาคารกลางก็จะควบคุมเงินเฟ้อได้ยากขึ้น และต้นทุนของการปรับนโยบายในอนาคตจะสูงขึ้น ความผันผวนจะวิ่งเข้าสู่ตลาดบอนด์ทันที และเมื่อตลาดเริ่มมองเห็น political risk นักลงทุนก็จะเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้น ค่าเงินอ่อนลง ความผันผวนเพิ่มขึ้น และ valuation ก็ถูกปรับลดลงในที่สุด
      ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้มักก่อตัวอย่างเงียบๆ และช้าๆ จึงทำให้นักลงทุนจำนวนมากประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริงในช่วงแรก

      ข้อโต้แย้งต่อความเป็นอิสระ และบทเรียนจากวิกฤตสมัยใหม่
      แม้ความอิสระของธนาคารกลางจะได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง แต่ก็ไม่ได้ปราศจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์เสียทีเดียว โดยเฉพาะหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008
      • นักวิจารณ์ชี้ว่าธนาคารกลางล้มเหลวในการคาดการณ์ฟองสบู่ในตลาดที่อยู่อาศัย และต้องเข้าแทรกแซงตลาดการเงินอย่างมหาศาลผ่านนโยบาย quantitative easing (QE)
      • QE ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากช่วยหนุนราคาสินทรัพย์ที่ถือครองโดยกลุ่มผู้มีฐานะดี แต่ผู้บริโภคต้องยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้นหลายด้าน
      • วิกฤตเงินเฟ้อหลัง Covid-19 และการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2022 ทำให้ธนาคารกลางถูกโจมตีอีกครั้ง ทั้งในแง่การประเมินเงินเฟ้อต่ำไปในระยะต้น และการตอบสนองที่ล่าช้า ขณะที่ค่าครองชีพจริงพุ่งสูง
      • ปัจจุบัน เมื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลง แรงกดดันทางการเมืองให้ลดอัตราดอกเบี้ยก็กลับมาอีกครั้ง
      ผลลัพธ์คือการตั้งคำถามและการกลับมาทบทวนบทบาทของธนาคารกลางอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพของการตัดสินใจ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และความโปร่งใส รวมถึงสมดุลของความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารกลางกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ

      สัญญาณที่นักลงทุนควรติดตาม
      • แรงกดดันจากฝ่ายการเมืองอย่างต่อเนื่องที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจ
      • การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือโครงสร้างที่เพิ่มอำนาจฝ่ายบริหารเหนือธนาคารกลาง
      • การตัดสินใจเชิงนโยบายที่เบี่ยงเบนจาก inflation หรือ growth data อย่างเป็นระบบ
      • การส่งคนจากฝ่ายการเมือง เข้ามาเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน
      แม้สิ่งเหล่านี้อาจไม่ก่อให้เกิดวิกฤตทันที แต่ก็สามารถสะท้อนอยู่ในความเสี่ยงสินทรัพย์ได้ หากการแทรกแซงดูชัดเจนมากขึ้น

      บทสรุปสำหรับนักลงทุน
      ความเป็นอิสระของธนาคารกลางไม่ใช่หลักประกันว่าการดำเนินนโยบายจะถูกต้องเสมอ แต่มันเป็นกรอบที่ช่วยให้การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินอิงกับภาวะเศรษฐกิจจริง มากกว่าการตอบสนองต่อแรงกดดันทางการเมืองระยะสั้น แม้จะไม่สามารถป้องกันความผิดพลาดหรือวัฏจักรเศรษฐกิจได้ทั้งหมด แต่ความเป็นอิสระก็ช่วยลดโอกาสที่ความเสี่ยงจะถูกสะสมโดยไม่จำเป็นในระยะยาวได้

      สำหรับนักลงทุน เมื่อความเป็นอิสระแข็งแกร่ง ตลาดมักได้ประโยชน์จากความน่าเชื่อถือและความสามารถในการคาดการณ์ แต่ในทางกลับกัน ความเสี่ยงอาจสะสมเพิ่มขึ้น และประวัติศาสตร์ก็ชี้ชัดว่าผลลัพธ์สุดท้ายแทบไม่เคยจบลงอย่างนุ่มนวล

      คำเตือน : ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

      ผู้เขียน: เขมรัฐ ทรงอยู่
      รองผู้อำนวยการ ฝ่ายลงทุนต่างประเทศ
      บลจ.กรุงไทย



       

      Share

      • Facebook
      • Twitter
      • Line

      Recommend Post

      News Demo
      23
      January
      2026
      Financial Literacy 2.0 สิ่งที่ต้องรู้ในยุคดิจิทัล
      Read more
      News Demo
      16
      January
      2026
      AI กำลังเปลี่ยนโลก และกำลังทดสอบวินัยของนักลงทุนไปพร้อมกัน
      Read more
      News Demo
      09
      January
      2026
      มอง Nasdaq-100 ให้ลึกกว่าแค่ Tech
      Read more

      Shortcut Menu

      • Home
      • About KTAM
      • Mutual Funds
      • Provident Funds
      • Private Funds
      • Property/REIT
      • RMF/LTF/SSF/ThaiESG
      • FIF / ETF
      • Top Performance Fund
      • Dividend
      • News/Research
      • Asset Allocation Strategy
      • Documents and Forms
      • Promotions
      • Calendar
      • Activities
      • Procurement
      • AIMC Category
        Performance Report
      • FAQs
      • Investment Knowledge
      • Notice Regarding Data Privacy and Use of Cookies
      • Manage Cookie Preference
      • E-newsletter
      • Contact Us
      • Career
      • Privacy Notice
      Go To Top
      Stay Connect with us:
      • Facebook
      • Twitter
      • Youtube

      Copyright © 2016 Krungthai Asset Management Public Company Limited

      Tel: 0-2686-6100 FAX: 0-2670-0430 Toll Free Number:1-800-295-592

      Email: [email protected]

      Tax ID 0-1075-45000-37-3 : Head Office

      • Affiliates
      • Related Links
      • Sitemap

      USE AND MANAGEMENT OF COOKIES

      Our website use cookie to enhance user experience. You may adjust your cookie preference and learn more about the cookie we use by visiting Notice Regarding Data Privacy and Use of Cookies and Manage Cookie Preference

       MANAGE COOKIE PREFERENCE

      When you use our website, we use necessary cookies to ensure that our website will work properly. We also use other types of cookie to correct information about how you interact with our website and use the information to enhance the user experience. However, you can adjust your cookie preference at any time, and we will not use the cookies that you had disabled.

      To learn more about the cookie we use, visit us at Notice Regarding Data Privacy and Use of Cookies


      Manage Cookie Preference

      Necessary cookies

      Necessary cookies enable core functionalities such as security, network management, and accessibility.

      Analytics cookies

      Google Analytics helps us to improve our website by collecting and reporting your usage information on the website. These cookies collect information in a way that does not identify anyone directly.