นโยบายบรรษัทภิบาล

1. บทนำ  
          บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เริ่มจัดตั้งเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2539
ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว จำนวน 200 ล้านบาท โดยเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
เพียงแห่งเดียวที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 99.99
บริษัทได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ ประเภทการจัดการกองทุนรวม และการจัดการกองทุนส่วนบุคคล
จากกระทรวงการคลัง โดยบริษัทรับบริหารจัดการกองทุนประเภทต่างๆ และทรัพย์สินให้กับบุคคลโดยทั่วไป
สถาบัน องค์กร และรัฐวิสาหกิจ ในการดำเนินธุรกิจการจัดการกองทุนนั้นบริษัทตระหนักดีว่าปัจจัยในเรื่อง
ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ รวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริต ความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้
เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท ดังจะเห็นได้จากผลการดำเนินงานของบริษัท
ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทได้รับการสนับสนุนจากลูกค้า นักลงทุน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทำให้ธุรกิจของ
บริษัทมีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
 

          คณะกรรมการบริษัท ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้มีการพิจารณากำหนดนโยบาย
ด้านบรรษัทภิบาลและแนวทางปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลดังกล่าว เพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่
การสร้างให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรในเชิงบรรษัทภิบาลในบริษัท
 

         นโยบายและแนวทางปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลดังกล่าว ย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ถึงเจตนารมณ์อัน
แน่วแน่ของบริษัทว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทได้นำเอาหลักการและแนวทางภายใต้หลักบรรษัทภิบาล
มาประยุกต์ใช้โดยตลอด หลักการและแนวทางดังกล่าวนับได้ว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้บริษัทประสบ
ความสำเร็จและมีความเจริญก้าวหน้ามาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน 
 
  
2. หลักการบรรษัทภิบาล 
          ความหมายของบรรษัทภิบาล หรือธรรมาภิบาล คือ การจัดโครงสร้างและกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ
โดยการกำหนดบทบาทและแนวทาง หรือวิธีการปฏิบัติงานโดยก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจเป็นมาตรฐาน
ในการจัดการกิจการที่ดีขึ้น จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือยอมรับมากขึ้นทั้งในและระหว่างประเทศ ทั้งยังก่อให้เกิด
ผลสำเร็จขึ้นได้อย่างแท้จริง และในทุกระดับขององค์กรเริ่มตั้งแต่ระดับผู้ถือหุ้น ระดับคณะกรรมการบริษัท ระดับ
ผู้บริหารและระดับพนักงาน รวมไปถึงการกำหนดวิธีการให้บุคลากรทุกคนนำหลักบรรษัทภิบาลไปเผยแพร่และ
ปฏิบัติโดยการสร้างความสัมพันธ์กับบุคลากรทั้งภายในองค์กรด้วยกันเองและบุคคลภายนอก คือ นักลงทุน ลูกค้า
ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใต้การนำหลักบรรษัทภิบาล ดังต่อไปนี้มาใช้ คือ

หลักบรรษัทภิบาล 7 ประการ ประกอบด้วย

  • ประการที่ 1   แสดงกลยุทธ์และขีดความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกิจการในระยะยาวอย่างยั่งยืน
    โดยไม่ทำธุรกิจที่เสี่ยงต่อการทำลายขีดความสามารถ หรือมูลค่าองค์กรในระยะสั้น(Creation of Long Term
    Valued Added without Short Term Exploitation) เช่น จะต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) หรือ
    ความมุ่งมั่นขององค์กร (Strategic Intent) ให้เหมาะสมกับขีดความสามารถของตนเพื่อที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้
    เป็นผลสำเร็จ เพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency)และประสิทธิผล (Effectiveness) ในการปฏิบัติงาน เป็นที่พึงพอใจ
    ของผู้ถือหุ้น ลูกค้า นักลงทุนโดยเท่าเทียมกัน ไม่กระทำการหรือธุรกิจที่เสี่ยงต่อการขาดทุน หรือเพิ่มค่าใช้จ่าย
    มากเกินไปในระยะสั้นที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย หรือลดระดับคุณภาพหรือมูลค่าของกิจการได้
     
  • ประการที่ 2   แสดงความยอมรับผิดและรับชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ (Accountability) ในระดับ
    คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน
    ทั้งรายใหญ่และรายย่อย และบริหารกิจการของบริษัทให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง และก่อให้เกิดผล
    ตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น และนักลงทุน พร้อมทั้งรายงานสถานะและผลการดำเนินงานของบริษัท
    ต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่างเท่าเทียมกัน สม่ำเสมอ และครบถ้วนตามความเป็นจริง 

              ในระดับพนักงาน ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมตามความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ และ
    ผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคน รวมทั้งการให้รางวัลและการลงโทษพนักงานต้องกระทำด้วยความ
    เสมอภาค สุจริตใจ พร้อมทั้งให้ความสำคัญต่อการพัฒนา การถ่ายทอดความรู้ และความสามารถของพนักงาน
    โดยให้โอกาสพนักงานอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ

              ในระดับลูกค้า/นักลงทุน ปฏิบัติตามสัญญา ข้อตกลง หรือเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อลูกค้า/นักลงทุน มุ่งมั่น
    ในการสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจแก่ลูกค้า โดยให้ได้รับการบริการอย่างมีคุณภาพ และตอบสนองความ
    ต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเสนอขาย/การบริหารจัดการกองทุน
    อย่างครบถ้วนถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง อีกทั้งลูกค้าสามารถแจ้งข้อร้องเรียนต่างๆ ได้โดยผ่าน
    ช่องทางได้หลายช่องทาง เช่น เวปไซต์ของบริษัท เจ้าหน้าที่ด้านการตลาด เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าสัมพันธ์
    สำนักกำกับดูแลการปฏิบัติงาน หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น
     
  • ประการที่ 3    มีความเข้าใจและมีขีดความสามารถในการประพฤติปฏิบัติได้ตามหน้าที่และความรับผิดชอบ
    (Responsibility) เป็นอย่างดียิ่ง 
             
             ในระดับคณะกรรมการของบริษัท มีการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ภายใต้
    มาตรฐานของอุตสาหกรรมและคณะกรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สำนึกในบทบาทหน้าที่อย่างครบถ้วน
    มีการประเมินผลงานของฝ่ายจัดการอย่างเป็นระบบ และมีการทบทวนแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้
    เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่แท้จริง รวมทั้งการทบทวนและให้ความเห็นชอบกับกลยุทธ์และ
    นโยบายที่สำคัญ โดยรวมถึงวัตถุประสงค์เป้าหมายและดัชนีชี้วัด (Key Performance Indicators– KPIs)
    ผลการปฏิบัติงานต่างๆ ของบริษัท

             ในระดับผู้บริหาร มีการกำหนดแผนงานกลยุทธ์ในการทำธุรกิจที่สอดคล้องกับขีดความสามารถที่แท้จริง
    มีการบริหารความเสี่ยงโดยครบถ้วนสมบูรณ์ มีระบบการควบคุมภายใน และติดตามการปฏิบัติงานที่สามารถ
    ประกันคุณภาพได้ว่า จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความมั่นใจในการนำพาธุรกิจไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
    ที่ดีได้อย่างยั่งยืน

             ในระดับพนักงาน ต้องมีความเข้าใจ และมีขีดความสามารถเพียงพอตามขอบเขต หน้าที่ความรับผิดชอบ
    ในงานของตน ซึ่งรวมถึงความรักและความใส่ใจในงาน การเรียนรู้เพิ่มเติม มีความเข้าใจในวิสัยทัศน์ พันธกิจ
    รวมทั้งเป้าหมายของตนและของบริษัท ตลอดจนให้ความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตามหลักบรรษัทภิบาล
    ทุกประการ
             
  • ประการที่ 4   ส่งเสริมการปฏิบัติอันเป็นเลิศ และการมีจรรยาบรรณที่ดีในการประกอบธุรกิจ(Promotion
    of Best Practices) ฃรวมถึงการสร้างวัฒนธรรม (Culture) จรรยาบรรณ(Code of Ethics and Business
    Conduct) และคุณธรรมอันรวมถึงความซื่อสัตย์ (Integrity) ในการปฏิบัติงานทำให้เกิดการเพิ่มคุณค่า
    ให้แก่ตนเอง และบริษัท กรรมการ ฝ่ายจัดการ และพนักงานทุกระดับ ต้องกำหนดวิธีการและประพฤติปฏิบัติ
    ในทางที่สามารถขจัดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้อย่างรอบคอบ เหมาะสม มีความละอาย
    ความเกรงกลัวต่อการกระทำความผิด และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มี
    การปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ โดยกำหนดนโยบายที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในธุรกิจ
    ของบริษัท ตลอดจนผลักดันและสนับสนุนให้พนักงานมีการพัฒนาตนเองตลอดเวลา และตอบสนองความ
    ต้องการซึ่งกันและกันของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ถือหุ้น ลูกค้า นักลงทุน ผู้บริหาร พนักงาน เป็นต้น 
     
  • ประการที่ 5    มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกัน และยุติธรรม (Equitable Treatment)
    เช่น ในระดับผู้ถือหุ้นลูกค้า และนักลงทุน จะไม่ถูกเอาเปรียบระหว่างกัน ต้องได้รับการพิจารณาให้เกิดความ
    เสมอภาคเท่าเทียมกันทั้งในเรื่องสิทธิและการได้รับข้อมูลสารสนเทศ นอกจากนี้ต้องรับรู้ถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้
    ส่วนเสียอื่นๆ เช่น พนักงาน ลูกจ้าง คู่ค้า ผู้ลงทุน คู่แข่ง เป็นต้น จะต้องได้รับการคุ้มครองและการปฏิบัติ
    ที่ดีด้วย
     
  • ประการที่ 6    แสดงความโปร่งใส (Transparency) ในการดำเนินงาน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้
    เช่น มีกระบวนการตัดสินใจและขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน โปร่งใส เปิดเผยได้โดยการแสดงรายงาน และ
    การวิเคราะห์ผลประกอบการและทิศทางในการดำเนินงานต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
    โดยเท่าเทียมกัน เพียงพอ ชัดเจน และทันเวลา ทั้งนี้ควรจัดให้มีผู้รับผิดชอบทางด้านการประชาสัมพันธ์
    เพื่อให้มีการนำเสนอข้อมูลสารสนเทศ และการสื่อสารที่ดีในระดับคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการ
    ชุดต่างๆ จะต้องมีความเห็นอย่างสมดุลและช่วยติดตามตรวจสอบการดำเนินกิจการ เสนอแนะให้มีการ
    ควบคุมและใช้ความระมัดระวัง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ในอนาคต อย่างมั่นคงยั่งยืน
     
  • ประการที่ 7    มีความสำนึกที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social and Environmental
    Awareness) อันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อลดหรือขจัดผลกระทบต่อสังคมและ
    สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการทำธุรกิจของบริษัท เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขและมีความพึงพอใจร่วมกัน
    ด้วยคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น นอกจากนี้บริษัทได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการสนับสนุนการดำเนิน
    กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การร่วมบริจาคการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาตามวาระต่างๆ
    บริจาคและช่วยเหลือสถานศึกษา รวมถึงองค์กรต่างๆ พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางสังคม
    ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม 
     

3. หลักบรรษัทภิบาลในการกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท 
          ในการกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทนั้น คณะกรรมการบริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้บริหาร
และพนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) หรือความมุ่งมั่นขององค์กร (Strategic Intent)
และพันธกิจ (Mission) ของบริษัท โดยจะต้องมีความสอดคล้องกับขีดความสามารถและการสร้างผลงาน
ให้เกิดความสำเร็จได้อย่างแท้จริง ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจนโยบายรัฐบาล และสถานการณ์ต่าง ๆ
อันจะแสดงให้เห็นภาวะแห่งการเข้าถึงหลักบรรษัทภิบาลที่ก่อให้เกิดปัญญาที่สูงส่งเป็นผลให้เกิดการ
เพิ่มมูลค่า หรือประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเป็นที่ยอมรับ
และชื่นชมตลอดไป 
 
ความมุ่งมั่นขององค์กรและวิสัยทัศน์ (Strategic Intent and Vision) การเป็นบริษัทหลักทรัพย์
จัดการลงทุนที่มีการบริการที่ทันสมัย เป็นทางเลือกแรกของผู้ลงทุน มีผลประกอบการและขนาดของทรัพย์สิน
ภายใต้การบริหารจัดการเป็นอันดับ 1 ใน 4 ภายใน 5 ปี  
 

 

Go To Tp